Aom's profile: : Sadly Galz : :PhotosBlogListsMore Tools Help

Aom Fahsuwan

Occupation
Location
Interests
Light of Love [[xIn_h!Kar!]]

: : Sadly Galz : :

~ find da way back into love ~
October 16

มิสยู .. มายสเปซ

 
แหะๆ ... หายไปนานเลยเรา
 
รายงานก้อเสดไปนานเหลือแสน
 
สอบก้อหมดไปชาติกว่าแระ
 
แต่ที่ไม่ได้มาอัพเลย
 
เพราะว่า
 
ติดไฮห้าอ่ะค่ะ
 
คุณสเปซอย่าเศร้าใจไปนะคะ
 
เราไม่ได้ลืมคุณนะ
 
แค่ตอนนี้ไม่อยกเอาความเศร้ามาระบายให้คุณหนักใจแล้วล่ะ
 
ขอเวลาให้หายเศร้าและสบายใจกว่านี้
 
จะเข้ามาอัพแต่เรื่องแฮปปี้ๆ นะคะ
 
มิสยูทู!!
 
 
October 02

โครงการฝันเฟื่องของช้าน

 
วันนั้นฝนโทรมาหาด้วย
ไม่ได้คุยกันนานมากๆๆๆๆๆๆๆ
ก็หายคิดถึงไปนิดนึง
 
มันโทรมาบอกให้เตรียมตัวไปออสได้แล้ว
โหๆ ,, เอาให้ชัวร์ก่อนเถอะแกอ่ะ!!
ชวนมาหลายรอบแระ
ช้านก็นั่งฝันเฟื่องทุกครั้งไป
 
จนเอาไปบอกแม่ทีไร
แม่บอกว่า
 
ทำเรื่องมาเลย จะจ่ายตังแล้วค่อยมาบอก
แป่วว!!
 
แม่ไม่เชื่อแล้วว่าช้านจะ(ได้)ไปจิงๆ
เพราะพับโครงการบ่อยมากๆ
 
แต่คราวนี้ฝนเอาจิงหว่ะเฮ้ย
ดูมีรายละเอียดข้อมูลพร้อมจิงๆแฮะ
ถึงจะยังอึ้งๆกะชื่อเมืองอยู่บ้างก้อเถอะนะ
 
ตอนแรกนึกว่าแอดดิเลด
อุตส่าห์โคดจะดีใจ
แต่ดันเป็นบริสเบนซะงั้นอ่ะ
ก็ได้อ่ะ
ที่ไหนก็ได้ ขอแค่เป็นออสหรือไม่ก็นิว
 
ช้านอยากไปจิงๆนะเนี่ยแก
หวังว่าคราวนี้ช้านจะไม่ต้องใจสลายอีกนะ!!
 
กำลังคิดว่าจะไปนานแค่ไหน
สามเดือน หกเดือน แต่ปีนึงคงไม่ไหวๆ
คิดถึงบ้านตายพอดี
ไม่เคยห่างพ่อห่างแม่ไปไหนขนาดนั้น
 
 
ไว้รู้ว่าคราวนี้จะไม่แป้กอีก
จะเข้ามาเล่าให้ฟังอีกเรื่อยๆละกันนะ
 
ช่วงนี้รายงานเยอะมาก
เลยไม่ค่อยเข้ามาอัพบ่อยๆเหมือนมะก่อน
ไม่ได้หายไปไหนนะคะ
กิกิ
 
September 29

sadly mood

 
ช่วงนี้มันมีแต่เรื่่องแย่ๆ
ฉันทำอะไร
มันก็ผิดก็พลาดไปซะหมด!!
 
บางทีบางเรื่อง
ไม่คิดว่าจะวุ่นวายใหญ่โต
แต่มันก็เปนเรื่องขึ้นมาจนได้เลย
 
ขอโทษที่ไม่พูดความจริงตั้งแต่แรก
ขอโทษที่รู้ว่าเธอรู้ แต่ฉันก็ยังปิดบัง
ขอโทษที่ทำตัวเลวๆ
 
....................................................
 
เคยเป็นมั้ย
ทั้งที่ความจิงรู้ตัวว่าเป็นคนที่ดี(พอ)
แต่แค่เรื่องเดียวที่ทำพลาดไป
มันกลับทำให้เราคิดว่า
ทำไมเราเลวจัง?
 
ทั้งที่ขอโทษไปแล้ว
คำขอโทษที่มาจากความรู้สึกโคดผิด
และคำที่ออกมาจากใจจริงๆ
ไม่ว่าจะรู้สึกขอโทษแค่ไหน
แต่มันก็ไม่หายรู้สึกผิด รู้สึกแย่อยู่ดี
 
..................................................
 
ถึง ,, คุณ
 
             เราขอโทษจริงๆนะ ,, เรื่องนั้นอ่ะ เราตั้งใจโกหก แต่ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกตลอดไป ... ซักวันนึงคงต้องบอก ถึงจะรู้ว่าเธอรู้อยู่แล้วก็ตาม!! การที่เราบอกด้วยตัวเองไม่ทัน เพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้ว ,, ไม่ได้แปลว่า เราไม่เสียใจนะ ... วันนี้ ตอนที่เรารู้ว่าเธอรู้เรื่องอยู่แล้วจริงๆ ,, เราโคดเศร้าเลย!! เศร้า ... ที่ไม่ได้บอกเธอด้วยตัวเอง และก็รู้แล้วว่า มันต้องมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นแน่ๆ
 
             ถึงเราจะขอโทษไปแล้ว ... แต่เราก็รู้ว่าเธอคงโกรธหรือไม่พอใจอยู่ ,, ก็เข้าใจ และคิดว่าคงเห็นแก่ตัวเกินไป ถ้าจะขอร้องให้เธออภัยและลืมๆ มันไป!!  แต่การที่เราขอโทษแล้ว สิ่งที่อยากได้รับกลับมา คือ การที่เธอให้อภัยทั้งกายและใจของเธอ ถ้าคำพูดบอกว่า เธอรับรู้ในสิ่งที่ฉันขอโทษ แต่การกระทำของเธอ ยังไม่ยอมรับมัน ... เธอคิดว่าฉันจะอภัยให้ความผิดที่ฉันทำเองได้หรอ??  สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด คือ ความเย็นชา เพราะถ้าไม่พอใจ ไม่อยากคุย ไม่อยากรู้จัก ... แค่บอก แค่พูดออกมา ,, ฉันจะเข้าใจ มากกว่าการที่เธอเงียบและทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน แล้วใช้คำอ้างว่า "เราก็เป็นแบบนี้"
 
            ถึงตอนนี้ ,, ฉันรู้ตัวแล้วว่า เราคงไปด้วยกันลำบากจริงๆ ... เรามีเรื่องอะไร ไม่เคยเอามาพูดกันเลย ,, ฉันต้องไปพูดกับคนอื่น ทั้งที่ความจริง คนที่ฉันน่าจะพูดด้วยคือเธอ แต่หลายทีที่ฉันได้เจอคือความเฉยชาจากการที่เธอยืนยันว่า ก้อเนี่ยแหล่ะ ที่เธอเป็น!! ฉันน่าจะทำใจยอมรับและชินกับมันซะทีนะ ,, แต่ไม่ชินเลย!!
 
            จะโรคจิตมั้ย? ถ้าบอกว่า อยากให้เธอมาบอกเลิกฉันเถอะ!! วันนี้ที่เกิดเรื่อง ,, ฉันรู้ว่าฉันเลวมากเลยที่โกหกคนที่ฉันบอกว่ารัก และคนที่ฉันขอไม่ให้เค้าโกหกฉัน .. ฉันกลับทำมันเอง!!  ตอนนี้ฉันนอนไม่หลับ ... ฉันร้องไห้ ... ฉันรู้สึกแย่มากๆ ,, คิดไปต่างๆนานา  แต่พอคิดว่า เธอจะรักฉันมั้ย? คำตอบที่ฉันได้คือ เป็นฉัน,,ก็รักไม่ลง!!
 
ฉันก็รักเธอนะ .. แค่ตอนนี้รู้สึกตัวว่าเลวเกินไป ไม่อยากให้เธอมารู้สึกดีๆ กับฉันแล้ว,,เลิกกันเถอะ?!  Y_Y
 
September 14

วันดีๆ

 
เฮ้ออ ,,  กว่าจะมาอัพได้ก็ล่วงเลยมานาน
 
วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 50
ช้านจะจำไว้เลยว่าเป็นวันที่ดีมากมายแค่ไหน
 
วันนั้นไปเรียนที่มหาลัยตามปกติ
แต่รู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องให้รู้สึกแย่ๆๆ
ทั้งเรื่องงานและความรู้สึกอื่นๆ
 
พอเรียนวิชาตอนบ่ายก็น่าเบื่ออีก
ตอนแรกคิดว่าจะออกจากห้องเรียนไปก่อนเวลาซะแล้ว
แต่ยังมีความรู้สึกกลัวอยู่บ้าง
เลยนั่งอยู่ในห้องจนหมดเวลาเรียน
 
พอเลิกปุ๊บก็คิดว่าจะไปไหนกันต่อ
ตอนแรกจะเดินไปออกทางประตูไข่เจียว
แต่ไม่รู้คิดไง รู้สึกวันนี้ต้องไปทางแกรมมี่สิ!!
เลยบอกเพื่อนว่า
"ออกทางแกรมมี่เหอะ"
ทั้งที่เดินไปกันอีกทางนึงแล้ว
 
พอเดินมาถึงใต้ตึกแกรมมี่ตรงทีจอดรถ
เป็นปกติของเราที่จะคอยมองหารถพี่ช่าอ่ะ
เพราะไม่เห็นมาจอดนานมากแล้ว
... แต่ ...
วันนี้ทำไมมาจอดได้ล่ะ??
... และ ...
เหมือนมีคนนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ!!
 
รถพี่ช่า ... ใครจะมาขับวะ??
ถ้าไม่ใช่
"พี่ช่า"
 
กรี๊ดดด ... พี่ช่าจริงๆด้วย
แทบจะเป็นลม ทั้งที่เคยเจอมาตั้งหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่เคยเจอแบบนี้
บังเอิญเจอ ... ระยะประชิด
เป็นกันเองสุดๆ
มีแค่ ออม พี่ช่า จุง แก้ว มี่
ยืนคุยกันข้างรถเลกซัสคันงาม!!
 
ตอนแรกตั้งใจแค่จะให้พี่ช่าเซ็นบัตรคอนเสิร์ตที่เราพกในกระเป๋าตัง
แต่ยืนรอพี่ช่าคุยโทรศัพท์อยู่
พอพี่ช่าเดินลงมาก็บอกว่า
"อ้าว ,, นี่รอพี่ช่าหรอคะ?"
จังหวะนั้นมีรถขับมาด้านหลังเรา
พี่ช่าเลยจับแขนเราแล้วดึงเข้าไปคุยข้างรถ
"มาๆ ยืนคุยตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวรถชน"
 
เราก็บอกว่า
"ออมนะคะ เป็นแฟนคลับพี่ช่า เรียนมศวมาสี่ปี ไม่เคยเจอที่นี่ซะที"
แล้วก็บอกให้พี่ช่าเซ็นให้สองใบ
เพราะอีกอันล่าสุดได้เซ็นมาแล้ว
ตอนเซ็นคอนรีเฟลคชั่น
พี่ช่าถามว่า
"คอนนี้ไปดูมาด้วยหรอ เป็นไงอ่ะ หนุกมั้ย?"
เราก็มัวแต่อึ้งๆ ได้แต่พยักหน้า พูดไรไม่ค่อยออก
 
แล้วพี่ช่าก็ถามเรื่องเรียน ว่าเรียนไรกัน
พอบอกว่าเรียนท่องเที่ยวนานาชาติ
พี่ช่าก็ถามว่า
"มันต้องพูดได้หลายๆ ภาษาใช่มะ?"
เราก็บอกว่า
"ค่ะ ... แต่ต้องไปลงเรียนเพิ่มเอา"
พี่ช่าก็บอกว่า
"พี่ช่าว่าภาษาจีนก็ดีนะ มันยากแต่มันใช้ได้เยอะ"
( เดี๋ยวเราจะไปลงเรียนจีนแระนะ haha )
แล้วก็ถามว่า
"ปีสี่แล้ว จะจบแล้วสิ แล้วจะทำไรต่ออ่ะ?"
เราก็บอกว่า
"ยังไม่รู้เลย คงต้องเรียนโทต่อ"
พี่ช่าก็ว่า
"ทำไมต้องเรียนล่ะคะ?"
เราเลยบอกว่า
"เดี๋ยวนี้มันต้องเรียนเยอะๆ สูงๆ  ไม่งั้นหางานยาก"
พี่ช่าก็เห็นด้วย
"เออ จริงเนอะ สมัยพี่ช่าคนไม่เยอะเท่านี้ ไม่แข่งกันขนาดนี้  รถก็ไม่เยอะเท่าทุกวันนี้ ...
เดี๋ยวนี้คนเยอะ ปัญหานั่นนี่ก็เยอะ ...
โลกร้อนอีก แต่เรื่องนี้พี่ช่าว่ามันจริงๆนะ สำคัญเลย ต้องช่วยกัน
ในบอร์ดเราก็รณรงค์กันอยู่ ... "
ปลื้มมม ... พี่ช่าไม่เคยลืมน้องในคลับเลย!!
 
แล้วมีโอกาสพูดเรื่องท่องเที่ยว
พี่ช่าบอกว่า
"พี่ช่าชอบไปเที่ยวหลายๆที่นะ ได้เจอคนเยอะๆ
ได้รู้จักมุมมองวิธีคิดเยอะแยะ
แล้วเนี่ยเรียนท่องเที่ยวอ่ะ ต้องเที่ยวเยอะๆอ่ะดี
จะได้เรียนรู้จากคนอื่นๆ แล้วจะได้รู้ว่า
บ้านเรายังเห่ยอยู่เลยบางอย่าง
อ้าวว ... มันจริงๆนะ"
 
"พี่ช่าว่าจะไปอลาสก้านะ ไปดูภูเขาน้ำแข็ง
อยากไปให้เห็นซักครั้งก่อนตาย
ยิ่งเดี๋ยวนี้โลกร้อน เค้าบอกน้ำแข็งมันก็ละลายเร็วขึ้น
เดี๋ยวอีกหน่อยก็ไม่เหลือแล้ว ต้องไปดูให้ได้"
 
คุยกันไปได้ประมาณยี่สิบนาทีนะ
เพิ่งรู้สึกว่าเกรงใจอ่ะ
พี่ช่าเค้ามาเต้นทำคาราโอเกะแล้วไม่สบายมาเก้าวันแระ
เลยร่ำลาๆ
" มา ... พี่ช่ากอดที "
อึ้งกันหมดสิคะ
เราก็นะ ... กอดก็กอด
ตื่นเต้นๆๆ  ดีใจๆๆ ปลื้มๆๆ
 
แม่นางฟ้าของช้าน
จากปลื้มอยู่แล้วยิ่งหนักกว่าเดิม
ทำไมน่ารักแบบนี้เนี่ย
อัธยาศัยดีมากๆ ทั้งที่ตอนแรกเห็นในรถว่าเครียดๆ
ไม่รักเธอแล้วช้านจะรักใคร
haha
 
ปล. มีช่วงนึงบอกพี่ช่าว่าวันนี้เพิ่งเอาของขวัญวันเกิดที่ตั้งใจจะให้พี่ช่าออกจากกระเป๋าเอง!! พี่ช่าบอกว่า ... โถ ,, ไม่เป็นไรนะคะ  วันหลังค่อยให้ก็ได้ แต่พี่ช่าจะบอกน้องๆ ของพี่ช่าตลอดว่า ... วันเกิดพี่ช่าไม่ต้องไปซื้ออะไรมาให้หรอก เก็บเงินไว้กินขนม ซื้อของให้ตัวเองกันดีกว่า ,,, ในชีวิต พี่ช่าได้รับอะไรมาเยอะแล้ว ทีหลังแค่เขียนการ์ดให้พี่ช่าซักใบก็พอแล้วนะ ไม่ต้องซื้อหรอก เสียดายตังที่น้องๆ ต้องใช้ค่าขนม เอามาซื้อของให้พี่ช่าหมด!! >> คนจะงาม งามที่ใจใช่ใบหน้าจริงๆ (",)
 

ทริปแม่สะเรียง

 
กลับมาแล้ว อ่ะจ๊ะจ้า
เหนื่อยโคดๆ เลยนะ ง่วงอีก แต่นอนไม่ลงแระ
มานั่งอัพสเปซดีกว่า!!
 
เราออกเดินทางไปวันพุธใช่มะ?
ตอนแรกเวลาเครื่องออก คือ 8 โมงเช้า
ไปๆ มาๆ เครื่องเค้าแคนเซิล
 
ระหว่างรอเวลาให้ถึงสามโมง
ก็เดินไปดอนเมืองกัน เพื่อไปดูเที่ยวบินอื่นๆ
สรุปว่า เที่ยวบินมีครบ แต่ที่ไม่ครบ คือ ตังค่ะ
เพราะไม่ได้คิดมาก่อนว่าต้องใช้จ่ายด้านค่าเดินทาง
เลยไม่มีใครเตรียมมาเยอะแยะมากมาย
 
... สุดท้าย ...
เลยต้องไปรถทัวร์แทน ซึ่งมีเที่ยว 3 โมงเย็น
แต่มันก็จะไปลงที่แม่สะเรียงเลย
 
นั่งพักในสนามบินแปปนึง
ก็ตกลงใจกันว่าจะไปเดินเจ๊เล้ง
ไปถึงก็หาของกินเลย
เพราะยังไม่มีใครทานข้าวเช้าซักคน
พอกินเสร็จก็เข้าไปเดินเล่น
ของมันถูกน่าซื้ออ่ะ แต่ต้องเก็บตังไว้ก่อน
พอออกมาก็ไม่มีไรทำอีก
ลงที่นั่งกินเตี๋ยวกันอีกรอบซะงั้น!!
 
เวลามันช่างผ่านไปช้ามากๆ
ยังไม่เที่ยงเลยอ่ะ
เลยต้องกลับไปตายรังที่เซนทรัลลาดพร้าว
ไปบีทูเอส อ่านหนังสือ ข้อมูลการเดินทางไปแม่ฮ่องสอน
โห ,, มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ
ขอบคุณบีทูเอส
ที่ไม่เนรเทศพวกเราออกจากร้านไป
 
ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง
บ่ายสามโมงแล้ว
ไปซื้อตั๋วกันเดี๋ยวนั้นสดๆ ร้อนๆ ไม่มีการโทรจองแต่อย่างใด
คนละ 571 บาท
 
รถออกตรงเวลามากๆ
พอมาถึงรังสิต เกิดอุบัติเหตุนิดนึง
แต่เสียเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง
 
ไปถึงแม่สะเรียงตอนตี4
ลงกันทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน
รู้แค่ว่าต้องลงตรงเนี้ย!!
เพื่อนกะแฟนช้านยังไม่ตื่ยเลยเหอะ
คุณพี่ต้องปลุกเอง
พอลืมตากันปุ๊บก็ลุกเดินลงเลยนะ
ดีนะเนี่ย ,, ที่ช้านแอบเห็นป้ายชื่อโรงแรมมันคุ้นๆ ทั้งนั้นเลย
 
แอร์บนรถหนาวโคด
อีนี่พูดไปไม่รู้เรื่อง ปากสั่นตลอดเลย
ลงมาเจอพี่วินมอเตอร์ไซด์ใจดีคนนึงพอดีเลย
ก็ถามๆ แกไปว่าที่ไหนมีโรงแรมมั่ง
ตกลง ,, ก็ไปคนละที่กับที่แกบอก haha
คืนนั้นกว่าจะตกลงกับโรงแรมได้อ่ะ
ถึงห้องปุ๊บ ไม่อาบน้ำซักคน
โดดขึ้นเตียง หลับเป็นตายเลยค่ะ!!
 
อีช้านเด้งขึ้นมาจากเตียงเป็นคนแรก
เดินไปมองวิวนอกหน้าต่าง
โห ,, มองไกลๆ นะ
เห็นภูเขาทอดตัวยาว ท้องฟ้าใสๆ และก็ปุยหมอก
หายเพลียไปหน่อยนึง
 
พอซักสายๆ หน่อย
คนอื่นๆ ก็ทะยอยตื่นกันบ้าง
อาบน้ำเสร็จก็ลงไปเดินหาข้าวเช้าทาน
เจอร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนึง น่าทานสุดแระล่ะ
อร่อยจิงๆ ด้วย และก็ถูกมากๆ ชามละ 20 เอง
 
พออิ่มปุ๊บ ... สมองก็แล่นคิดเรื่องทำรายงานทันที
เดินเลยร้านก๋วยเตี๋ยวไปนิดนึง
ก็เจอร้านวีดีโอ มีจักรยานให้เช่า
เช่ามาคนละคัน เจ้าของแกใจดี คิดแค่คันละ 50 บาท
ใช้ได้ทั้งวันเลยแหล่ะ
 
ปั่นจากร้านเช่ามาสองซอย ฝนก็ตกปรอยๆ!!
ยังไงก็ต้องดูแลสุขภาพ
เลยตกลงหยุดพักหน้าร้านทองเลยโรงแรมไปหน่อย
พอฝนหยุดก็ขี่ไปดูแผนที่
 
ทีนี้คิดได้ว่าต้องไปศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว
ซึ่งมันอยู่ที่เทศบาลน่ะแหล่ะ
มาถึงตรงนี้
ได้เจอร้านขนมแปลกตาร้านนึง
ซึ่งเป็นร้านเดียวกับที่ลงหนังสือ อสท.
ที่เราใช้เป็นไกด์ไลน์การเดินทางครั้งนี้
 
ป้าแกขายขนมแค่สามอย่าง ใช้ใบตองห่อ อันละ 5 บาทเอง
อาละหว่า ,, เป็งโม้ง ,, ส่วยทมิน
หลังจากได้ลองชิมทั้งสามอย่างแล้ว
ทีมเราตกลงใจให้อาละหว่าอร่อยโดนใจสุดๆ
มันทำมาจากแป้งสาคู นิ่มๆ คล้ายพุดดิ้งเลยนะ
ส่วนเป็งโม้งคล้ายๆ ขนมหม้อแกง
มีมะพร้าวด้วยเราเลยไม่ค่อยปลื้ม แต่ดูว่าขายดีที่สุด
มาที่ส่วยทมิน ... ตอนแรกอ่านเป็นล้วยทมิน
อันนี้จะคล้ายๆ ข้าวเหนียวหน้าสังขยา
แต่ว่าตัวข้างเหนียวจะไปได้ขาวๆ ใสๆ เพราะเค้าคลุกอะไรซักอย่าง
 
หลังจากอุดหนุนขนมป้าแกไปและได้ข้อมูลมาเรียบร้อย
พวกเราก็ขี่จักรยานไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงพะมอลอ
ซึ่งอยู่ห่างไปอีกประมาณ 3 กิโล
ระหว่างทางผ่านสะพานข้ามแม่น้ำยวม
เลยแวะแชะภาพไว้ซะหน่อย
 
... จะบอกว่า ... 
ขี่จักรยานเลยทางเข้าหมู่บ้านไปหน่อยนึง
ถนนจะตัดอยู่กลางนาข้าวเขียวขจี ซึ่งโอบล้อมไปด้วยขุนเขา
โห ,, อาการเหนื่อยเพลียหายเกลี้ยง!!
ถ่ายรูปกันเพลินจนฝนตกอีกรอบ
เลยต้องกลับไปหลบฝนที่ร้านค้าในหมู่บ้านนั่นเอง
 
ที่นี่ก็ได้ข้อมูลมานิดนึง
แต่ก็ได้แหล่งทอผ้าของกลุ่มสตรีด้วย
ตรงนี้ต้องขอบคุณพี่ดวงใจ ที่สละเวลาพูดคุยกับพวกเรา
 
ก็ไปต่อที่สวนป่าสัก ,, มีแต่ต้นสักเต็มเลยอ่ะ
อ้อ ... ดอกสัก เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอแม่สะเรียงนะ
จากนั้นก็ไปบ้านท่าแล้ง
เพื่อดูการทำไม้กวาดชนิดต่างๆ
แล้วเลยไปดูการทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่
 
ฝนตกอีกแล้วอ่ะ
เลยไปหลบที่ร้านขายอาหาร
ตั้งแต่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และส้มตำ
แต่ทุกคนกินเตี๋ยวกันหมด
 
พอฝนหยุด ว่าจะไปอช.สาละวิน
แต่ป้ายบอกอีก 4 โล ซึ่งเป็นทางขึ้นเขา
ไม่ไหวๆๆ
เลยย้อนกลับไปที่วัดพระธาตุจอมมอญ
เป็นหนึ่งในพระธาตุสี่จอม ของแม่สะเรียง
 
ปั่นจักรยานก็เหนื่อยแล้วนะ
ยังต้องเดินขึ้นเขากันอีก เพื่อไปสักการะพระธาตุ
เหนื๊อยเหนื่อย
แต่พอขึ้นไปถึง อากาศดี๊ดี ลมโชยๆ
มองเห็นวิวแม่สะเรียงได้ทั่ว
และเพิ่งมารู้ทีหลังว่า
ตรงนั้นเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของแม่สะเรียง
ปลาบปลื้มใจ!!
 
ขึ้นไปบนนั้นกันนานพอควร
ได้เวลากลับลงมาแล้วแหล่ะนะ
อีช้านขาสั่นเลยค่ะ
แต่ก็ยังหนุกหนานกับการขี่จักรยานรอบเมือง
 
รถและคนในแม่สะเรียงช่วงเย็นๆ เริ่มมากขึ้น
แต่ก็ไม่ขนาดพลุกพล่าน
เราไปแวะกันที่บ้านคุณป้ามารศรี
ซึ่งส่วนนึงทำเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองด้วย
เป็นอันว่า
วันเดียวก็ได้ข้อมูลรายงานครบ
แต่วันนี้มันยังไม่จบน่ะสิ
 
เป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ คือ สวนรุกขชาติห้วยชมภู
พวกเราต้องขี่จักรยานรอบแม่สะเรียงจิงๆ
แล้วไปออกทางวัดพระธาตุจอมแจ้ง ทางหลวง 108
ระยะทางทั้งไกลและเป็นทางขึ้นตลอดเลย
อีช้านก็กะจังหวะสปินสุดริด ... หนุกดีๆ
ในที่สุดก้ไปถึงสวนรุกขชาติตอน 17.50 น.
ซึ่งเวลาปิดทำการ คือ 18.00 น.
ใช้เวลากันแค่สิบนาที แต่เวลาที่ปั่นมาเกือบชั่วโมง
แต่ดีนะ ประสบการณ์ชีวิตดีอ่ะ
 
เอาจักรยานไปคืนที่ร้านตอนทุ่มนิดๆ
เข้าไปล้างหน้าในห้องและพักแปปนึงก็ลงไปทานข้าว
เป็นร้านริมน้ำยวม แต่มืดแล้วเลยไม่เห็นวิว
กว่าจะทานกันเสร็จ
ฝนก็ตกลงมา จนกลับไม่ได้
นั่งรออยู่จนเกือบสี่ทุ่ม
เลยตัดสินใจเดินฝ่าสายฝนซะงั้น
ถึงห้องก็อาบน้ำแล้วก็หลับกันหมดอ่ะนะ
 
ตื่นเช้ามาของวันที่สองในแม่สะเรียง
ไปทานเตี๋ยวร้านเดิม ไปร้านขนมร้านเดิม
เชคเอ้าท์ออกจากโรงแรมแล้วเอาของไปฝากที่ท่ารถทัวร์
รถออก 6โมงเย็น
ยังพอมีเวลาเยอะแยะ
เลยตกลงนั่งรถไปเที่ยวแม่น้ำสาละวินที่บ้านสามแลบ
 
ลุงคนขับรถเหลืองใจดีมาก
ออกรถก่อนเวลา เพราะรู้ว่าพวกเราจองคั๋วรถทัวร์แล้ว
กลัวจะกลับมาไม่ทัน
ค่ารถไปกลับคนละ 120 บาท เดินทางชั่วโมงกว่าๆ
ทางเข้าไปเนี่ย ,, ได้อารมณ์ผจญภัยมากๆ
ระหว่างทาง
ได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงแท้ๆ มากมาย
 
ไปถึงท่าเรือบ้านสามแลบ
ก็ถ่ายรูปๆ ลงไปเดินเล่นที่หาดทรายริมน้ำสาละวิน
มองไปฝั่งตรงข้ามก็พม่าแล้ว
อยากไปๆ แต่เวลาไม่อำนวย เลยได้แต่อยู่ฝั่งไทย
 
พอตอนกลับออกมากอ่ะ
มีชาวบ้านกะเหรี่ยงโดยสารรถมาด้วยเต็มคันเลย
มีพวกเราสี่คนเป็นคนแปลกหน้า
เค้าส่งภาษาถิ่นกัน แล้วก็มองๆ ยิ้มๆ
เราก็นะ ,, ไม่รู้เรื่องง่ะ ยิ้มมาก็ยิ้มไปวะ
เอาเป็นว่า
แรกๆ ก็กลัวเค้านะ ซักพักก็ชินและคิดว่าน่ารักดี
 
กลับมาถึงตัวเมืองแม่สะเรียงตอน 17.10 น.
มีเวลาเดินเล่นอีกหน่อย
พอดีวันศุกร์มีถนนคนเดินซะด้วย
ก็เดินๆๆ มีแต่คนมอง
ทุกคนที่ได้คุยกับพวกเราถามว่า
"มาสอบบรรจุหรอ?" "เป็นครูมาใหม่หรอ?"
... เขินอ่ะ ...
เพราะที่นั่น คนที่เปนครู
เค้าจะให้เกียรติมากๆ เลยแหล่ะ
 
ได้เวลากลับกทม.แล้ว
แอบร้องไห้ไปนิดนึงด้วยอ่ะ
ยังไม่อยากกลับ เพราะที่นั่นมันสบายๆ
เวลาเดินช้าๆ ใช้ชีวิตช้าๆ
มองโลกอย่างช้าๆ ได้เจอสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอ
 
" ถ้ามีโอกาส ,, กลับไปด้วยกันอีกนะ ".
 
~ Special Thanks ~
... การแคนเซิลไฟท์เครื่องบิน เพราะมันทำให้เราได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น
... พี่ดี ,, พี่วินมอร์เตอร์ไซด์ใจดี ที่แนะนำข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ
... พี่หมู ,, ร้านเช่าจักรยาน ที่ใจดีลดค่าเช่าและให้เราใช้รถกันอย่างสะดวกสบาย
... ป้าขายขนม ,, อย่างน้อยสิ่งที่เราได้รับจากป้า ก็คือ ควาบอบอุ่นใจและการต้อนรับที่ดียิ่ง
... พนักงานที่เทศบาล ,, สำหรับการเอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆ และเอกสารทั้งหมด
... ชาวบ้านทุกคนที่หมู่บ้านพะมอลอ ,, สำหรับการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้
... กลุ่มสตรีต่างๆ ,, สำหรับข้อมูลการทำสิ่งของต่างๆ และไมตรีจิตจากใจจริงๆ
... คุณลุงคนขับรถเหลือง ,, สำหรับความใจดีที่พาพวกเราไปถึงที่หมายและคำแนะนำต่างๆ
... อ้าย ,, ชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านสามแลบ ที่ทำให้เรารู้สึกดีกับพวกเค้ามากขึ้น
... อุปสรรคต่างๆ มากมาย ,, ที่ทำให้เราได้แชร์ทั้งทุกข์และสุขด้วยกัน
... สุดท้าย ,, ความพยายามและตั้งใจจิงของพวกเรา ... ออม จุง แก้ว ปาล์มมี่ ... เราคงรักกันมากขึ้นเนอะ?!
 
 
I love U all!! 
September 04

เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้

 
เมื่อวานวันเกิดมามี๊
แต่กว่าจะได้ไปทานข้าวก็สามทุ่มกว่าๆ
เพราะเราต้องอยู่ช่วยเพื่อนๆ จัดเตรียมสถานที่อ่ะ
มามี๊แอบงอนด้วย
เราร้องไห้เลยแหล่ะ เพราะรู้สึกผิดโคดๆ
แต่ตอนนี้ดีกันแล้ว haha
 
เห็นหน้าเค้กที่ป๊ะป๋าซื้อให้มี๊แล้วแบบ
เอียนหว่ะ!!
" มีความสุขมากๆ ... รักจริงๆ น๊ะคนเนี้ย "
โห ,, รู้เลยว่าเราติดน้ำเน่ามาจากไหน??
แต่รักกันแบบนี้ก็ดีแระ
พ่อแม่รักกัน ,, ลูกๆ ก็อิ่มใจ!!
 
************************************
 
วันนี้นะ ,, แอบเหนื่อยแหล่ะ
ทำตั้งแต่
คอฟฟี่เบรค ,, เฝ้าบูท ,, หน้าม้า ,, ล้างแก้ว ,, ถูพื้น ,, วิ่งไล่หาของและคน
แต่ก็หนุกดีนะ
นานๆ ได้ร่วมงานกันเยอะๆ แบบนี้!!
 
ตอนแรกคิดว่าจะได้ใส่ชุดส่าหรี
ไปๆ มาๆ ได้ใส่ชุดโปรตุเกสซะงั้นอ่ะ
ชอบๆๆ
ชุดน่ารักดีอ่ะ เพื่อนบอกเหมือนฮังการีที่โฆษณาโยเกิร์ต
แต่ชุดหนาและหนักมากมาย
เอานะๆ ครั้งนึงในชีวิต ลองทำไรแปลกๆ ดู
รอรูปจากกล้องเพื่อนก่อนนะ
เดี๋ยวได้มาแล้วจะเอามาลงในนี้ด้วย
 
พอเสร็จงานนะ
โล่งอ่ะ
ไม่ค่อยได้ช่วยไรเค้ามากมายนะ
แต่รู้สึกดีใจแทนเพื่อนๆ ที่เค้าทำงานมาหนักๆ
แค่วันนี้มีคนมาร่วมงานเยอะแยะมากมาย ,, เกินคาด
ดีใจจัง!!
 
**************************************
 
พรุ่งนี้ไปเชียงใหม่แระนะ
คงได้กลับมาภายในวันศุกร์แหล่ะ
ความจริงเราอยากอยู่ถึงวันเสาร์เลยนะ
เพราะพี่ช่าไปเชียงใหม่วันเสาร์ง่ะ
แต่ก็นะ
ช่วงนี้เดินทางบ่อยเกิ๊นนน
 
ตื่นเต้นหว่ะ นั่งเครื่องทหารอากาศด้วย
ครั้งแรกที่นั่งเครื่องบินเลยนะ
คิดว่ามันน่าสนุก ก็คงสนุกอ่ะแหล่ะ
แต่แบบ ไปไม่มีแพลนเลยค่ะ
บ้านก้อยังไม่มีพัก
รถต่อไปแม่ฮ่องสอนก็ยังไม่รู้
กลับยังไงก็ยังไม่แน่ใจ
 
เหมือนไปค้นหาตัวเองยังไงก๋ไม่รู้
ถ้ากลับมาโดยปลอดภัย
คงได้มาอัพเรื่องราวที่ไปมานะจ๊ะ
 
 
 
 
September 01

หลังทริป

 
ไปทริปมาสองวัน
แปปเดียวเองอ่ะ ,, แต่เหนื่อยมากๆ
 
มันไม่มีโปรแกรมโหดๆ ไรเลยนะ
แบบว่า ... เหนื่อยเดินทางมากกว่าอ่ะ!!
 
ตื่นมาตอน 11โมง
เมื่อยแขน เมื่อยตัว ไปหมดเลย
ขึ้นมานั่งเอ๋ออยู่พักนึง ... ค่อยลงไปอาบน้ำ
 
เห็นในกระจกแล้ว ,, นี่ใครเนี่ย?!
ยังโทรมได้อีก
แบบว่า ,, ตาเนี่ยบวมมาก
แขนก็ช้ำๆ เป็นจ้ำๆ
หน้านี่ก็ทั้งบวม ทั้งแดงเป็นปื้นๆ
ใครตบตีมาเนี่ย?!
ทนมือทนตีนดีจังเลยกรูส์!!
 
วันนี้เลยไปไหนไม่ได้เลย
เห็นตัวเองแล้วอนาถใจเกิ๊นนน
เป็นเหตุให้
ต้องผิดนัดคนๆ นึงไป
ตัดสินใจไม่ไปไหนแน่นอนโดยไม่ต้องคิดเลย!!
"ขอโทษนะ"
แต่รู้ตัวว่าไม่ไหวจริงๆ 
 
ขอเวลาตั้งตัวแปป
โอกาสหน้าจะไปแรดด้วยคน
haha